ในยุคที่ทุกสิ่งรวดเร็วและสะดวกสบาย ทว่าส่วนลึกในจิตใจของผู้คนกลับยังคงแสวงหาความหมายและคอยเรียกร้องหาความสงบที่แท้จริง
หากเราสังเกตความเป็นไปของโลกจะพบว่ามนุษย์ในยุคปัจจุบันหรือยุคโลกาภิวัตน์มีชีวิตที่สะดวกสบายกว่าผู้คนในอดีตเสียอีก เพราะว่าผู้คนในอดีตนั้นเมื่อจะติดต่อสื่อสารหรือเดินทางไปมาหาสู่กันก็จะต้องใช้เวลาเป็นวันเป็นเดือนหรือเป็นปี ๆ แต่ในปัจจุบันนี้ทั้ง ๆ ที่ระยะทางก็ไกลเท่าเดิม แต่มนุษย์เราสามารถติดต่อสื่อสารและไปมาหาสู่ได้รวดเร็วกว่าหลายเท่า
อีกทั้งเรายังเห็นได้ว่าโลกทุกวันนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกและสื่อต่าง ๆ ที่คอยให้ความบันเทิงครบทุกรูปแบบ จนบางครั้งไม่รู้ว่าเราจะเลือกใช้สิ่งไหนหรือเลือกเสพความบันเทิงแบบไหนดี เพราะมันมีให้เราเลือกอยู่มากมายจริงๆ
เรามีความสุขจริงหรือ?
จากข้างต้นที่กล่าวมานี้ ดูเหมือนว่ามนุษย์ควรจะมาถึงจุดที่มีความสุขที่สุด แต่จริงๆแล้วมนุษย์เรามีความสุขจริงหรือ? ถ้ามนุษย์เรามีความสุขจริง ทำไมเรายังมีน้ำตาแห่งความเศร้าโศก? ถ้ามนุษย์เรามีความสุขจริง ทำไมส่วนลึกของจิตใจยังคงเรียกร้องหาคำตอบของการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้?
นั่นเป็นเพราะว่า พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้แตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ หากเราสังเกตดูชีวิตของสัตว์ เมื่อสัตว์กินอิ่มมันก็พอใจแล้ว แต่มนุษย์เราไม่เป็นเช่นนั้น ถึงแม้เราจะอิ่มทางร่างกายแล้วแต่เรายังคงต้องการมากกว่านั้น นั่นคือ “ความอิ่มใจ” ซึ่งโลกของวัตถุไม่สามารถที่จะทำให้จิตใจของมนุษย์อิ่มอย่างแท้จริงได้เลย แล้วจะมีวิธีไหนล่ะที่จะสามารถช่วยมนุษย์เราให้อิ่มใจอย่างแท้จริงได้?
พระวจนะพระเจ้า:
"ขโมยนั้นย่อมมาเพื่อจะลัก ฆ่า และทำลายเสีย เรามาเพื่อพวกท่านจะได้ชีวิต และจะได้ให้อย่างครบบริบูรณ์"
— ยอห์น 10:10
ร่วมค้นหาความจริงที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับความเชื่อ พระผู้สร้าง และตอบคำถามที่ค้างคาใจซึ่งจะนำทางไปสู่การค้นพบคำตอบที่แท้จริงของชีวิต
ปัญหาที่เราทุกคนต้องเผชิญในระดับส่วนลึกของจิตใจ และไม่เคยหมดสิ้นไปในประวัติศาสตร์
นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มนุษย์ไม่สามารถขจัดความรู้สึกวิตกกังวลที่มีอยู่ลึก ๆ ในใจได้เลย เพราะเราไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในภายภาคหน้า แต่ละคนมีเรื่องกังวลที่แตกต่างกัน และการพึ่งพาหมอดูหรือสิ่งอื่น ก็เป็นเพียงความสบายใจชั่วครู่ ไม่สามารถนำความวิตกกังวลออกไปจากจิตใจได้จริง
"จงละความกระวนกระวายของท่านทั้งสิ้นไว้กับพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย"
— 1 เปโตร 5:7
น่าแปลกใจเหลือเกินที่ในสังคมเมืองอันทันสมัยและเจริญก้าวหน้า มีผู้คนพลุกพล่านใจกลางเมืองใหญ่ จิตใจของพวกเขากลับรู้สึกเหงาจับใจเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่เด็กหรือผู้สูงอายุที่ห่างไกลครอบครัวก็ยังรู้สึกเงียบเหงาและอ้างว้างภายในจิตใจอยู่ตลอดเวลา
"...เพราะว่าพระองค์ได้ตรัสว่า 'เราจะไม่ละท่านหรือทอดทิ้งท่านเลย'"
— ฮีบรู 13:5
คนเราเกิดมาต้องสู้ดิ้นรนและทำงานเหน็ดเหนื่อยกันทั้งนั้น แต่ความเหนื่อยยากไม่ใช่เพียงทางกาย เพราะบางทีร่างกายเราอาจแข็งแรงดี แต่ในใจกลับหมดพลัง รู้สึก "เหนื่อยอกเหนื่อยใจ" จนกระทั่งการนอนหลับหรือการพักผ่อนทางกายทั่วไป ก็ไม่อาจฟื้นกำลังจิตใจให้กลับคืนมาได้
"บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนักจงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายได้หยุดพัก"
— มัทธิว 11:28
จิตใจมนุษย์เป็นเหมือน "หลุมที่ไร้ก้น" เติมเท่าไหร่ก็ไม่เคยเต็ม แม้ในยุคที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งของและสิ่งบันเทิง แต่สถิติการจากไปด้วยความสิ้นหวังกลับสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในกลุ่มคนจนและคนมั่งมี นั่นย่อมพิสูจน์แล้วว่าวัตถุภายนอกไม่สามารถเติมเต็มความสุขที่แท้จริงได้เลย
"แต่ผู้ที่ดื่มน้ำที่เราจะให้แก่นั้นจะไม่กระหายอีกเลย... จะกลายเป็นบ่อน้ำพุพลุ่งขึ้นถึงชีวิตนิรันดร์"
— ยอห์น 4:14
มนุษย์ทุกคนพยายามเอาชนะความบาปด้วยศีลธรรมและความพยายามของตนเองแต่ไม่มีใครสามารถเอาชนะมันได้เลย ยิ่งโลกเจริญทางวัตถุ ศีลธรรมของโลกกลับยิ่งตกต่ำลง และความบาปส่งผลกระทบต่อจิตวิญญาณของเราอย่างร้ายกาจและไม่อาจหลุดพ้น
"เพราะว่าค่าจ้างของความบาปคือความตาย แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์..."
— โรม 6:23, 3:23
นี่คือสิ่งที่ทุกคนพยายามหลีกเลี่ยงมากที่สุดแต่ไม่มีใครสามารถพ้นมันไปได้ ไม่ว่ารวยหรือจน ชาติไหน ๆ สุดท้ายต้องจบลงที่ความตายทั้งสิ้น ความน่ากลัวของความตายสร้างความกังวลให้แก่มนุษย์ทุกคน เพราะเราไม่รู้ว่าหลังจากความตายนั้น จะต้องเผชิญกับสิ่งใดต่อ
"มีข้อกำหนดสำหรับมนุษย์ไว้แล้วว่าจะตายหนเดียว และหลังจากนั้นจะมีการพิพากษา"
— ฮีบรู 9:27
เมื่อเราสำรวจปัญหาทั้ง 6 ประการแล้ว ย่อมปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่คือสภาพอันแท้จริงที่เราต่างก็ต้องเผชิญ แต่ไม่ว่ากี่ยยุคกี่สมัย มนุษย์ไม่เคยหาทางรักษารอยร้าวในหัวใจนี้ได้เลย
นั่นเป็นเพราะว่า "เราได้หลงหายและแยกจากพระเจ้า" เดิมทีพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมาอย่างดีเยี่ยม ประทานอิสระ มีมโนธรรมในการแยกแยะถูกผิด และที่สำคัญคือให้มนุษย์มีจิตวิญญาณเพื่อที่จะสามารถติดต่อสัมพันธ์กับพระองค์ได้ ทรงมีจุดประสงค์ให้เราใช้ชีวิตตามกฎเกณฑ์ของความรักและสันติสุขที่พระองค์ทรงตั้งไว้
ความจริงในพระคัมภีร์:
"แต่ว่าความชั่วช้าของพวกท่านได้ทำให้เกิดการแยก ระหว่างพวกท่านกับพระเจ้าของท่าน และบาปของพวกท่านได้บดบังพระพักตร์ของพระองค์เสียจากท่าน..."
— อิสยาห์ 59:2
แต่มนุษย์เลือกที่จะปฏิเสธพระเจ้า และเลือกที่จะเดินในวิถีของตนเอง ทำสิ่งต่าง ๆ ตามใจปรารถนาที่เป็นความผิดบาป นี่คือสาเหตุที่ส่งผลให้เราทุกคนต้องเผชิญกับความทุกข์ยากลำบาก ความสิ้นหวัง และความตายอันน่าหวาดกลัว ยิ่งกว่านั้นจิตวิญญาณของเรายังจะต้องรับการพิพากษาโทษบาปจากพระเจ้าในบั้นปลายชีวิตอีกด้วย
ผู้อ่านที่รัก... แท้จริงแล้วพระเจ้าไม่ปรารถนาให้มนุษย์ที่พระองค์รักต้องอยู่ในสภาพที่สิ้นหวังเช่นนั้น พระองค์ทรงทราบดีว่าเมื่อเราสูญเสียความสัมพันธ์กับพระองค์ไป เราจะไม่สามารถพบกับความสุขที่แท้จริงได้เลย และพระองค์ทรงต้องการให้จิตวิญญาณของเราทุกคนรอดพ้นจากโทษแห่งความบาป
กว่า 2,000 ปีที่แล้ว พระเจ้าได้ทรงส่งพระเยซูคริสต์ พระบุตรองค์เดียว มารับสภาพเป็นมนุษย์เพื่อช่วยเหลือเรา
ทรงยอมถูกตรึงและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เพื่อแบกรับโทษความผิดบาปทั้งหมดแทนเราทุกคน
ในวันที่ 3 พระองค์ทรงฟื้นจากความตาย มีชัยชนะเหนือความตายและบาป ทรงดำรงอยู่เป็นนิตย์
"เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์"
— ยอห์น 3:16
"แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้สิ้นพระชนม์เพื่อเรา"
— โรม 5:8
ในขณะที่พระเยซูคริสต์ทรงดำเนินชีวิตอยู่ในโลกนี้ พระองค์ได้ตรัสสัญญากับเราไว้ว่า:
"เรามาเพื่อนำท่านกลับมาหาพระเจ้าผู้ทรงสร้างท่าน เราจะรับโทษบาปแทนท่าน และจะประทานชีวิตนิรันดร์ให้แก่ท่าน... อย่ากังวลเลย เพราะเราจะดูแลชีวิตของท่าน เราจะไม่ทอดทิ้งท่าน และเราจะให้ท่านหายเหนื่อยเป็นสุข"
นับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน มีคนนับหลายพันล้านคนทั่วโลกที่ยอมกลับใจเชื่อในพระองค์ต่างได้รับความรัก สันติสุข และได้รับการแก้ไขปัญหาหัวใจทั้ง 6 ประการนี้ได้ และมั่นใจว่าเมื่อล่วงลับไปจากโลกนี้ จะได้รับชีวิตนิรันดร์ในสวรรค์กับพระองค์ตลอดไปอย่างแน่นอน
พระเจ้าทรงรักคุณอย่างลึกซึ้ง และทรงให้พระเยซูคริสต์ยอมสละพระชนม์ชีพเพื่อคุณโดยเฉพาะ หากวันนี้คุณเหน็ดเหนื่อย สิ้นหวัง หรือปรารถนาจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยสันติสุขและการอภัยโทษบาป ขอเชิญมาพึ่งพิงพระองค์ร่วมกันผ่านคำอธิษฐานใจนี้
ขอให้คุณมั่นใจได้ว่า พระเจ้าได้ทรงอภัยโทษความผิดบาปให้แก่คุณอย่างสิ้นเชิงแล้ว ต่อจากนี้ไปพระองค์จะประทานความอิ่มใจ สันติสุขแท้จริง และคุณจะไม่ต้องเผชิญหน้ากับความตายอย่างหวาดกลัวอีกต่อไป เพราะสวรรค์และพระคุณของพระองค์จะเป็นของคุณตลอดไปนิรันดร์
เรายินดีต้อนรับ เป็นเพื่อนคู่คิด และคอยอธิษฐานเผื่อชีวิตของคุณเสมอ
กำลังอ่านหัวข้อ
ยังไม่ได้เริ่มเล่นเสียง
คลิกที่สัญลักษณ์ 🔊 ประจำข้อความ
เพื่อฟังเสียงอ่านเนื้อหานั้นๆ